สรุปทัวร์นกขมิ้น 4 บุรี

สรุปภารกิจนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ตรวจราชการ “ทัวร์นกขมิ้น 4 บุรี” ระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤษภาคม 2567 ประกอบด้วย จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดเพชรบุรี ชูพัฒนาศักยภาพของจังหวัดที่สามารถยกระดับให้เป็นเมืองขนาดใหญ่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว และการลงทุนได้ โดยนายกฯ มีข้อสั่งการ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2567 วันที่ 14 พ.ค. 67 “ฐานเศรษฐกิจสีเขียวและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ”ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร) ดังนี้ 
สุพรรณบุรี จังหวัดต้นแบบการจัดการน้ำ ไม่ท่วม ไม่แล้ง
(10 พ.ค. 67) นายกฯ รับฟังรายงานข้อมูลทั่วไปและสภาพปัญหาของจังหวัดสุพรรณบุรี ณ ประตูระบายน้ำลาดน้ำเตียน เกี่ยวกับแผนการบริหารจัดการน้ำคลองมะขามเฒ่า - อู่ทอง พร้อมชื่นชมจังหวัดสุพรรณบุรีมีวิธีการบริหารจัดการเรื่องน้ำดีที่สุด พร้อมทั้งชื่นชมกรมชลประทานและกรมทหารราบพัฒนาที่มีการเพิ่มแหล่งน้ำ สร้างท่อระบายน้ำ รวมถึงบริหารจัดการน้ำไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างประชาชน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมชลประทานวางแผนระยะยาว ซึ่งในอนาคตที่จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น โดยให้ดูในภาพรวมของประเทศด้วย
กาญจนบุรีโมเดล ยกระดับการเลี้ยงโคนมแบบครบวงจร
(11 พ.ค.67) กาญจนบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมเยอะ โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 819 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมและยกระดับการเลี้ยงโคนมให้ดียิ่งขึ้น โดยให้กาญจนบุรีเป็นโมเดลเรื่องการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล และครบวงจร ส่งเสริมให้มีการปลูกถั่วเพื่อปรับหน้าดิน ทำให้เพิ่มธาตุอาหารไนโตรเจนในดินมากขึ้น การปลูกข้าวโพด เพื่อใช้ซังข้าวโพดมาทำอาหารวัว แทนการเผา ลด PM 2.5 และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น นมแบบไม่มีแลคโตส เพื่อขยายตลาดนมพร้อมดื่มให้โตขึ้น และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หามาตรการในการปรับปรุง และควบคุมโรคในฟาร์มโคนมทั้งประเทศ เพื่อให้รักษาระดับคุณภาพการเลี้ยง ตลอดจนส่งเสริมการเลี้ยงโคนมแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ
หนุนใช้โมเดลตลาดศรีเมืองเป็นต้นแบบตลาดกลาง พัฒนา ‘อุทยานหินเขางู’ เป็นแลนด์มาร์คเมืองราชบุรี
(12 พ.ค. 67) ตลาดศรีเมือง เป็นตลาดกลางที่มีศักยภาพ เป็นแหล่งรวมสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี เป็นแม่แบบที่ดีสำหรับการทำค้าขาย ที่ทำให้ผู้ขายและผู้ซื้อมาเจอกัน เป็นโมเดลการทำธุรกิจที่ดี ตัดพ่อค้าคนกลางออกไปได้มากพอสมควร ทำให้ผู้ที่ผลิตสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและมีผลกำไรที่ดีและเหมาะสม ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
โดยนายกฯ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกันใช้โมเดลนี้เป็นแบบอย่างในการขยายผลไปยังตลาดกลางอื่น ๆ และ หามาตรการในการลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมเทคโนโลยี และปรับราคาสินค้าเกษตรในตลาดให้มีความสมดุล เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มากขึ้น
นอกจากนี้ นายกฯ ให้กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาความเหมาะสมในการพัฒนาอุทยานหินเขางูเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ทั้งสันทนาการ นันทนาการ กิจกรรมกีฬาต่าง ๆ ขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบทั้งเรื่องของการใช้พื้นอุทยานที่ให้มีความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หนุนศักยภาพที่โดดเด่นในพื้นที่ ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน กระจายรายได้ในท้องถิ่น ต่อยอดการสร้างรายได้ให้ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง
ยกระดับสนามบินหัวหิน กระตุ้นภาคการท่องเที่ยว เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์
(13 พ.ค. 67) นายกฯ ตรวจเยี่ยมการพัฒนามาตรฐานสนามบินหัวหิน ยกระดับสนามบินหัวหิน ให้เป็นสนามบินระหว่างประเทศได้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งศึกษาแผนการยกระดับสนามบิน การขยาย runway การสร้าง terminal ระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเชื่อมโยง Connectivity ระหว่างสนามบิน โดยที่ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งศึกษาปริมาณความต้องการของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้บริการสนามบินหัวหินเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน ย้ำเร่งปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 68  เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น
นอกจากนี้ รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายมิติ ขอให้ กระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการดูแลการแข่งขันกีฬาวัวลาน โดยให้ มท. เสนอขอแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อขยายระยะเวลาในการละเล่นต่อ ครม. ภายในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งจะต้องเป็นไปตามระเบียบ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของบ้านเมือง 
ครม. เห็นชอบในหลักการพัฒนาศักยภาพกลุ่มภาคกลางตอนล่าง 2 งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท
จากผลการประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร) เมื่อวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2567 และวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2567 ครม. รับทราบผลการประชุม โดย 
•    เห็นชอบในหลักการโครงการของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด จำนวน 10 โครงการ กรอบวงเงิน 246,263,000 บาท 
•    เห็นชอบในหลักการของโครงการที่เป็นข้อเสนอของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) จำนวน 8 โครงการ กรอบวงเงิน 268,638,000 บาท 
รวมทั้งสิ้น 514,901,000 บาท


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ชื่อ widget
 
 

ตัวอย่างใส่อะไรก็ได้ลงไป text , รูป ,วีดิโอ