<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง แถลงผลงานชิ้นโบว์แดง รวบยาบ้าล็อตใหญ่รวมกว่า 5 ล้าน 6 แสนเม็ด พร้อมเคตามีนอีก 10 กิโลกรัม และผู้ต้องหา 4 ราย สกัดกั้นการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/548800</link>
<guid isPermaLink="false">e6d008f53fcd61d06e87f5f59d760869</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 14:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง แถลงผลงานชิ้นโบว์แดง รวบยาบ้าล็อตใหญ่รวมกว่า 5 ล้าน 6 แสนเม็ด พร้อมเคตามีนอีก 10 กิโลกรัม และผู้ต้องหา 4 ราย สกัดกั้นการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง</p>

<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp;วันนี้ (7 ต.ค.69) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 2 คดีติดต่อกัน&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คดีแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำ ด่านตรวจหาดรั่ว อำเภอวังชิ้น สกัดจับรถกระบะซุกซ่อนยาบ้าตบตาเจ้าหน้าที่ อำพรางมากับพืชผลทางการเกษตร พร้อมรถนำทาง รวมยึดยาบ้าได้กว่า 2 ล้าน 4 แสนเม็ด ควบคุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;และล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ชุดสืบสวนบูรณาการกำลังร่วมกับ ด่านตรวจห้วยไร่ สกัดจับรถบรรทุกเป้าหมาย ตรวจค้นด้วยอุโมงค์เอกซเรย์ พบความผิดปกติที่พื้นกระบะดัดแปลงเป็นช่องลับ ซุกซ่อนยาบ้าเพิ่มอีกกว่า 3 ล้าน 1 แสนเม็ด และเคตามีนอีก 10 กิโลกรัม รวบผู้ต้องหาได้อีก 2 ราย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จากการสอบสวน ผู้ต้องหาสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจากจังหวัดเชียงราย เพื่อนำส่งพื้นที่ภาคกลาง ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 2 แสนบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลสาวถึงผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ พร้อมยืนยันเดินหน้าสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ผู้สื่อข่าว : ประมวล อุปกิจ ทีมข่าว สวท.แพร่<br />
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง ผอ.สวท.แพร่<br />
แหล่งที่มา : ส.ปชส.แพร่<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/202610078201396212b77fab103dde4f7050b1ca140559.jpg' type='image/jpg' length='815952' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ อาหารไทย ผ้าไทย สะท้อนความเป็นไทยสู่เวทีการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/548783</link>
<guid isPermaLink="false">daa4237a9188702314e346ab4657904e</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 13:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่บทบาทสำคัญในฐานะเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งไทยจะเปิดบ้านต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักวิชาการ และผู้บริหารสถาบันการเงินจากทั่วโลก มาร่วมหารือแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลกในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การประชุมระดับโลกครั้งนี้เปรียบเสมือนโอลิมปิกทางการเงิน อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (soft power) ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจ และเป็นภาพจำที่ดีของประเทศไทยผ่านสายตานานาชาติ ทั้งผ้าไทยที่จะถูกนำมาตกแต่งสถานที่จัดประชุมหรือทำเป็นของที่ระลึก และวัตถุดิบบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ &ldquo;สินค้า GI&rdquo; (Geographical Indication) ของไทยที่จะถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ได้ลิ้มลอง<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมายาวนานคือ &ldquo;อาหารไทย&rdquo; ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกทั้งด้านรสชาติ ความหลากหลาย และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม คุณทรงพล กิตติคุณวัจนะ เชฟผู้บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หัวหน้าทีมเชฟของการประชุมครั้งนี้ตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทย วัฒนธรรม ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร และความหลากหลายของวัตถุดิบจากทุกภูมิภาค ผ่านอาหารแต่ละจาน กว่า 70% ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาใช้ในงานนี้ จัดหามาจากชุมชนท้องถิ่นและเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน โดยสอดแทรกวัตถุดิบไทยเข้าไปในเมนูต่าง ๆ เช่น เมนูข้าว ที่เสิร์ฟในแต่ละวันจะหมุนเวียนสายพันธุ์จากพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ข้าวหอมมะลิจากพะเยา ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดจากพัทลุง นอกจากจะเป็นอาหารหลักที่พร้อมเสิร์ฟทุกมื้ออาหารแล้ว ยังมีการนำมาทำเป็น &ldquo;ข้าวยำหัวใจไทย&rdquo; เมนูที่นำข้าวและวัตถุดิบขึ้นชื่อจากทั่วประเทศ มาทำเป็นเมนูที่รับประทานง่าย แต่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของผืนดิน ท้องทะเล และจิตวิญญาณของเหล่าเกษตรกรไทย โดยจะเตรียม QR code เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสแกนอ่านและทำความเข้าใจวัตถุดิบไทยได้มากขึ้น<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;วัตถุดิบ GI อีกอย่างที่นำมาใช้ คือ ปลานิล จากอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่พัฒนาการเลี้ยงปลานิลจนกลายเป็นศูนย์กลางการเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาอย่างครบวงจร ด้วยคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมเหมาะสมทำให้ปลานิลที่ได้จากแหล่งนี้มีคุณภาพสูง เนื้อแน่น เมื่อนำไปทำเป็นปลานิลดรายเอจลนไฟ กินกับซอสมิโซะจากเขาใหญ่ ยกระดับปลานิลที่คนไทยคุ้นเคยไปเป็นเมนูพรีเมียมเทียบชั้นวัตถุดิบสากล ปลานิล ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น &ldquo;ปลาของพ่อ&rdquo; เนื่องจากช่วงปี 2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลูกปลานิล ซึ่งเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายและโตไวให้แก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้แก่ราษฎร เป็นการสร้างแหล่งสารอาหารโปรตีนที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไม่เพียงแค่เมนูหลัก แต่เชฟทรงพลและทีมยังสร้างสรรค์ขนมและของว่างขึ้นมาใหม่สำหรับการประชุมครั้งนี้โดยเฉพาะ ผ่านการสอดแทรกรสชาติและวัตถุดิบของไทยลงไปในทุก ๆ คำ เพื่อให้เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ เช่น แซนด์วิชไก่ย่างเบตงและมาโยน้ำมันตะไคร้ ทาร์ตรากูเนื้อวากิวสกลนคร ทาร์ตช็อกโกแลตจากนครศรีธรรมราชใส่ถั่วแมคคาเดเมียและครีมวานิลลาจากโครงการหลวง และข้าวเหนียวมะม่วง เมนูซอฟต์พาวเวอร์ระดับตำนานที่ทั่วโลกหลงรัก ซึ่งถูกนำเสนอใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงรสชาติหวานหอมแบบดั้งเดิมปิดท้ายด้วยรถเข็นขายผลไม้ GI สดใหม่ตามฤดูกาล จัดเสิร์ฟภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตลอดช่วงการจัดประชุมในรูปแบบรถเข็นขายผลไม้แบบไทย ๆ นอกจากเป็นวัฒนธรรม Thailand Only แล้ว ยังส่งตรงรายได้สู่ชาวสวนผลไม้โดยตรง<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เสน่ห์ไทยบนผืนผ้า อีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน คือ &ldquo;ผ้าไทย&rdquo; ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่รวบรวมทั้งงานหัตถศิลป์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของชุมชนจากทั่วประเทศ มีการคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลายอัตลักษณ์ เพื่อนำมาตกแต่งรวมถึงใช้เป็นวัสดุดูดซับเสียงในห้องประชุม ผ้าทอมือที่วิจิตรบรรจงเหล่านี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกได้สัมผัสความประณีตของงานหัตถกรรม ลวดลายที่บอกเล่าเรื่องราว และเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนผ่านผ้าแต่ละผืน ในแต่ละภูมิภาคของไทย&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ผ้าบาติกเขียนมือลวดลาย &ldquo;บุปผาบรมราชินีนาถ&rdquo; จากกลุ่มบาติกเดอนารา จังหวัดปัตตานี เป็นหนึ่งในผ้าไทยที่ถูกคัดเลือกมาใช้ ลวดลายที่อ่อนช้อยบนผืนผ้าถูกวาดขึ้นด้วยเทียนและอุปกรณ์จั้นติ้ง (Tjanting) ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ก่อนจะลงสีออกมาเป็นลายเครือเถาเข้ากับดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และดอกไม้พระราชทานนาม ได้แก่ กุหลาบสีเหลืองทอง ดอกกล้วยไม้สีอ่อน รวมถึงดอกไม้โทนสีม่วงและชมพูเข้มที่สะท้อนถึงความประณีตงดงามแบบไทย<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คุณรอวียะ หะยียามา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบาติกเดอนารา กล่าวว่า งานหัตถกรรมท้องถิ่นเป็นหนึ่งในงานภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ เพราะฉะนั้นการที่ผลงานของเราจะถูกนำเสนอในงานการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงศักยภาพของคนในท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน ท่านสนับสนุนให้ชาวบ้านทำงานหัตถกรรม และนำสินค้าของชาวบ้านไปนำเสนอให้คนทั่วโลกได้เห็น เราจึงรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้นำสินค้าท้องถิ่นมาจัดแสดงสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง&rdquo;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านตัวแทนผ้าไทยจากภาคเหนือ คือ ผ้าทอไทลื้อลวดลาย &ldquo;เกาะยอด&rdquo; และ &ldquo;แมงมุม&rdquo; จากกลุ่มทอผ้าไทลื้อ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยลายเกาะยอดเป็นลวดลายโบราณมีลักษณะลายคล้ายยอดหน่อกล้วยที่พุ่งขึ้นสู่ด้านบน สื่อถึงความเป็นเลิศ ความสำเร็จ และความก้าวหน้าในชีวิต อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้มแข็งของคนในชุมชน ชาวไทลื้อเชื่อว่าต้นกล้วยเป็นพืชมงคลที่เจริญเติบโตง่าย แตกหน่อได้รวดเร็ว จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกด้วย ส่วนลายแมงมุมเป็นลวดลายโบราณจากกลุ่มทอผ้าไทลื้อเช่นกัน ได้รับแรงบันดาลใจจากใยแมงมุม ที่เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายสื่อถึงความผูกพัน ความสามัคคี และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัวและชุมชน และผ้าขาวม้าไทยลวดลาย &ldquo;ช้างบ้านหาดเสี้ยว&rdquo; จากกลุ่มผ้าทอบ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผ้าทอลายนี้ใช้เทคนิคการทอลายขิด ซึ่งต้องเป็นผู้มีความแม่นยำสูง ลวดลายช้างเล็ก ๆ บนผืนผ้ามีรายละเอียด &ldquo;สัปคับ&rdquo; (ที่นั่งบนหลังช้าง) ลวดลายนี้ชวนให้ระลึกถึงยุคสมัยที่ช้างเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางและการค้าขาย</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/20261007e1d7d2d250164ea59c34d5d7486d717d132612.jpg' type='image/jpg' length='1809491' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งทุกหน่วยพร้อมรับการประชุม IMF–World Bank 2026 โชว์ศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่น ต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจ นำประโยชน์สู่ประชาชน]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/548426</link>
<guid isPermaLink="false">8a99f15842a7062e3123802cbfa532d8</guid>
<pubDate>Tue, 06 Oct 2026 11:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;รัฐบาลเดินหน้าเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นเวทีสำคัญด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกแล้ว ยังเป็นโอกาสของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพและความพร้อมในทุกมิติ สร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก ตลอดจนต่อยอดโอกาสด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและประโยชน์ต่อประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 สัปดาห์ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเต็มกำลังและรอบคอบในทุกรายละเอียด เร่งรัดภารกิจในส่วนที่รับผิดชอบ ทั้งด้านสารัตถะ พิธีการ การรักษาความปลอดภัย การสาธารณสุข การอำนวยความสะดวก การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการภาพรวม เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ในการต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การบริการ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ต้องไม่ใช่เพียงการจัดประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้น แต่ต้องใช้โอกาสที่บุคคลสำคัญและผู้แทนจากทั่วโลกเดินทางมายังประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่น การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน การสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจและภาคบริการ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและส่งต่อประโยชน์ไปถึงประชาชน อีกทั้งยังกำชับให้เร่งแก้ไขประเด็นที่มีความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนต่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม โดยเฉพาะการตรวจลงตรา (Visa) สำหรับผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ เพื่อให้การเดินทางเข้าร่วมการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันพิจารณาแนวทางอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเหมาะสมก่อนการประชุมเริ่มขึ้น ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบกำหนดการสำคัญในช่วงการประชุม ได้แก่ 1) พิธีเปิด Thailand Pavilion วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 2) งานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล 3) การแสดงอัตลักษณ์ไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ 4) การประชุมเต็มคณะของผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Plenary Session) วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ในช่วงการประชุม ไทยเตรียมจัดกิจกรรมระดับสูงภายใต้แนวคิด &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience&rdquo; ครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น โอกาสของประเทศขนาดกลางในโลกที่แบ่งเป็นหลายขั้ว การสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อรองรับสังคมสูงวัยภายใต้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ยังมีเวที &ldquo;Building Resilience in a Fragmented World&rdquo; เพื่อหารือแนวทางสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายจากการแบ่งขั้วของโลก รวมถึงเวที &ldquo;Financing a Resilient Green Economy&rdquo; เพื่อหารือแนวทางด้านการเงินในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ ชุมชน และครัวเรือน<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านการเตรียมสถานที่และการอำนวยความสะดวกมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ได้จัดเตรียมห้องประชุมและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดและมาตรฐานของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พร้อมเตรียมระบบโลจิสติกส์เพื่อรองรับบุคคลสำคัญและผู้เข้าร่วมการประชุม เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างท่าอากาศยาน ศูนย์การประชุม สถานที่จัดงานเลี้ยงรับรอง และโรงแรมที่พักอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเดินทางและการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้เปิดบ้านต้อนรับบุคคลสำคัญและผู้แทนจากทั่วโลก ต้องทำให้ผู้ที่เดินทางมาประเทศไทยได้เห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การบริการ ความปลอดภัย และวัฒนธรรม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่เพียงประสบความสำเร็จในด้านการจัดประชุม แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ และนำไปสู่ประโยชน์ที่ประชาชนไทยจะได้รับในระยะต่อไป<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายณัฏฐวุฒิ ธรรมศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจเพื่อเตรียมความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่บริเวณห้องรับรองพิเศษ จุดเดินทางเข้า&ndash;ออกอาคาร SAT-1 ด่านควบคุมโรค พื้นที่ตรวจคนเข้าเมือง สายพานรับกระเป๋าสัมภาระ ด่านศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร รวมถึงจุด Hospitality Desk และจุดจอดรถ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวก การประสานงาน และการให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/20261006c5c3a4e092d101ec9de6bc4a59da20d8114709.jpg' type='image/jpg' length='1652915' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เกษตรอำเภอสูงเม่น เตือนพี่น้องเกษตรกรเฝ้าระวังพืชข้าวมีความชื้นสูง เสี่ยงระบาด 6 ศัตรูพืช]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/548035</link>
<guid isPermaLink="false">f008ea9ed96fe00884233c7dbcef8c68</guid>
<pubDate>Mon, 05 Oct 2026 14:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสมบูรณ์ ผามะณี เกษตรอำเภอสูงเม่น เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ยังมีฝนตกชุก สำนักงานเกษตรอำเภอสูงเม่นจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องเกษตรกรอำเภอสูงเม่น เฝ้าระวังพืชข้าวมีความชื้นสูง เสี่ยงระบาด 6 ศัตรูพืชสำคัญ ดังนี้&nbsp;</p>

<p><br />
1. โรคไหม้ข้าว (แผลรูปตา ขอบสีน้ำตาล) &nbsp;&nbsp;<br />
ป้องกัน/กำจัด: ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือสารเคมี เช่น ไตรไซโคลโซล &nbsp;&nbsp;<br />
ปฏิบัติ: ห้ามฉีดซ้ำสารกลุ่มเดิม หมุนเวียนกลุ่มสาร &nbsp;&nbsp;<br />
2. โรคขอบใบแห้ง (ปลายใบ/ขอบใบเขียวอมเทา/เหลือง ลามลงมา) &nbsp;&nbsp;<br />
ป้องกัน/กำจัด: ใช้บาซิลรัส ซับทิลลิส &nbsp;&nbsp;<br />
ปฏิบัติ: ลดปุ๋ยไนโตรเจน ระบายน้ำออกจากแปลง &nbsp;&nbsp;<br />
3. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (ใบเหลืองแห้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก) &nbsp;&nbsp;<br />
ป้องกัน/กำจัด: ใช้บิวเวอเรีย เมทาไรเซียม หรือสารไพมีโทรซีน &nbsp;&nbsp;<br />
ปฏิบัติ: สำรวจระดับประชากรก่อนฉีดพ่น รักษาแมลงศัตรูธรรมชาติ &nbsp;&nbsp;<br />
4. หนอนกอข้าว (ยอดเหี่ยว ดึงหลุดง่าย / ข้าวหัวหงอก) &nbsp;<br />
ป้องกัน/กำจัด: ใช้แตนเบียนไข่ (ทริโคแกรมมา) หรือบิวเวอเรีย &nbsp;<br />
ปฏิบัติ: เน้นใช้แตนเบียนป้องกัน สำรวจแปลงสม่ำเสมอ &nbsp;&nbsp;<br />
5. เพลี้ยไฟข้าว (ปลายใบเหี่ยว ม้วนเข้าหากลางใบ) &nbsp;&nbsp;<br />
ป้องกัน/กำจัด: ใช้ชีวภัณฑ์ที่เหมาะสม หรือสารไธอะโคลพริด &nbsp;<br />
ปฏิบัติ: รักษาะระดับน้ำในนาให้เหมาะสม ลดวัชพืช &nbsp;&nbsp;<br />
6. โรคใบขีดสีน้ำตาล (แผลสีน้ำตาลแคบ ยาวเป็นขีด) &nbsp;&nbsp;<br />
ป้องกัน/กำจัด: ใช้ไตรโคเดอร์มา หรือสารป้องกันกำจัดเชื้อราตามฉลาก &nbsp;&nbsp;<br />
ปฏิบัติ: อย่าปลูกหนาแน่นเกินไป ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ไม่เร่งไนโตรเจน &nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>คำแนะนำรวม: เฝ้าระวัง สำรวจแปลง ดูแลพืช และป้องกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสียหาย หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรใกล้บ้าน หรือสำนักงานเกษตรอำเภอสูงเม่น หมายเลขโทรศัพท์ 054-541484</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><br />
ผู้สื่อข่าว : พิรุณพร แสงสร้อย ทีมข่าว สวท.แพร่<br />
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง ผอ.สวท.แพร่<br />
แหล่งที่มา : จังหวัดแพร่<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/20261005326aeab54af207c385710e1d6e82da3c140601.jpg' type='image/jpg' length='293180' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ขนส่งจังหวัดแพร่ ลดขั้นตอนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ป้ายทะเบียนหาย–ป้ายภาษีชำรุด ทำใหม่ได้ไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนตัวจริง ถึง 30 พ.ย. 69]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/548016</link>
<guid isPermaLink="false">4a3cbf79d67f9886c0eff722231bbff8</guid>
<pubDate>Mon, 05 Oct 2026 13:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวดารารัตน์ ดาวเวียงกัน ขนส่งจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะผู้ใช้รถที่ประสบปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหายจากการขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหายหรือชำรุด จึงมอบหมายกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เร่งอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และบรรเทาความเดือดร้อน ให้ประชาชนสามารถขอออกใบแทนได้ โดยไม่ต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนรถ) ฉบับจริงมาแสดง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและใช้รถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด</p>

<p><br />
ทั้งนี้ กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์เจ้าของรถเอง หรือกรณีรถดังกล่าวอยู่ระหว่างการเช่าซื้อกับสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ต้องใช้หลักฐานดังต่อไปนี้ สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี) ในกรณีไม่มีสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ เว้นแต่มิได้มาดำเนินการด้วยตนเองให้มีหนังสือมอบอำนาจ มีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถแผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท สามารถยื่นขอดำเนินการได้ทุกสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ&nbsp;</p>

<p><br />
โดยนายทะเบียนจะบันทึกข้อมูลในระบบว่า &ldquo;แจ้งขอออกใบแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถกรณีชำรุด สูญหาย หรือออกใบแทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีกรณีชำรุด สูญหาย เนื่องจากประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัด... ตั้งแต่วันที่...&rdquo; และให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานและดำเนินการตามระเบียบต่อไป&nbsp;</p>

<p><br />
กรณีใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหาย (เล่มทะเบียนรถสูญหาย) การขอใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถใหม่ (คัดเล่มทะเบียนรถใหม่) หากผู้ถือกรรมสิทธิ์รถเป็นบุคคลธรรมดา และมีความประสงค์ขอคัดเล่มทะเบียนรถใหม่ ต้องยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถอยู่ในความรับผิดชอบเท่านั้น มีค่าธรรมเนียม 55 บาท&nbsp;</p>

<p><br />
ส่วนกรณีการยื่นขอเล่มทะเบียนใหม่สำหรับรถที่ติดไฟแนนซ์ (อยู่ระหว่างการเช่าซื้อกับสถาบันการเงิน) และผู้ครอบครองที่เป็นบุคคลธรรมดานั้นจะไม่สามารถดำเนินการได้ แต่สามารถยื่นขอใบรับรองรายการจดทะเบียนรถแทนได้ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง หรือหนังสือมอบอำนาจ มาขอรับรองรายการจดทะเบียนรถ และสามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ มีค่าธรรมเนียมกรณีรถยนต์ 75 บาท กรณีรถจักรยานยนต์ 35 บาท การอนุโลมให้ใช้สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นหลักฐานนี้ จะสามารถใช้ดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 นี้เท่านั้น&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ผู้สื่อข่าว : พิรุณพร แสงสร้อย ทีมข่าว สวท.แพร่<br />
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง ผอ.สวท.แพร่<br />
แหล่งที่มา : สวท.แพร่<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/202610055ea0c01f0c92d31ba47337df9a28db26134256.jpg' type='image/jpg' length='222038' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดแพร่ ขอเชิญชวนสาวประเภทสอง ร่วมประกวด “นางฟ้าจำแลง” ในงานมหกรรมของดีจังหวัดแพร่ และงานกาชาด ประจำปี 2569]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/548000</link>
<guid isPermaLink="false">138d7d07400508edb99b5d44fc775094</guid>
<pubDate>Mon, 05 Oct 2026 13:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จังหวัดแพร่ ขอเชิญชวนสาวประเภทสอง ร่วมประกวด &ldquo;นางฟ้าจำแลง&rdquo; ในงานมหกรรมของดีจังหวัดแพร่ และงานกาชาด ประจำปี 2569 เปิดเวทีแห่งความมั่นใจ ความสามารถ และความงดงามอย่างสร้างสรรค์ ร่วมส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ &ldquo;มนต์เสน่ห์เมืองแพร่&rdquo; จัดการประกวดในวันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม 2569 ณ เวทีกลาง สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่</p>

<p><br />
คุณสมบัติผู้สมัคร เป็นสาวประเภทสอง ไม่จำกัดอายุ สัญชาติไทย ไม่จำกัดภูมิลำเนาและกลุ่มชาติพันธุ์ มีความสามารถในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ บุคลิกภาพดี สุภาพ และความประพฤติเรียบร้อย&nbsp;เปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม &ndash; 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.30&ndash;16.30 น. สมัครด้วยตนเอง ที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่ ชั้น 3 กลุ่มงานปกครอง ศาลากลางจังหวัดแพร่</p>

<p><br />
หรือส่งใบสมัครออนไลน์เป็นไฟล์ PDF e-mail: Phraedopa5400@hotmail.com<br />
รางวัลพิเศษ/ รางวัลชนะเลิศ/ รองชนะเลิศอันดับ 1/ รองชนะเลิศอันดับ 2/ ขวัญใจมหาชน/ ขวัญใจชาวโซเชียล/ การแสดงยอดเยี่ยม/ นางงามพยายามสวย &ldquo;มิสกั้นงาม&rdquo;<br />
ภายใต้แนวคิด &ldquo;มนต์เสน่ห์เมืองแพร่&rdquo; ผู้สนใจสมัครส่งภาพถ่ายตนเองคู่กับสิ่งที่คิดว่าเป็น &ldquo;มนต์เสน่ห์ของเมืองแพร่&rdquo; พร้อมบอกเล่าเหตุผล เพื่อนำไปใช้ประชาสัมพันธ์การประกวดและพิจารณารางวัลขวัญใจชาวโซเชียล</p>

<p><br />
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่ กลุ่มงานปกครอง<br />
โทร. 054-511037 ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง ปิยาวัน อยู่คง โทร. 061-892-6298 นางสาวกาญจนา กอนจันทร์ โทร. 082-766-6097</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><br />
ผู้สื่อข่าว : พิรุณพร แสงสร้อย ทีมข่าว สวท.แพร่<br />
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง ผอ.สวท.แพร่<br />
แหล่งที่มา : สวท.แพร่<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/20261005ba0e5512587dbfbaf93f2159df78f99f132150.jpg' type='image/jpg' length='167522' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings สร้างโอกาสการท่องเที่ยว บริการ เศรษฐกิจชุมชนเกษตรกร การจ้างงาน สกัดภัยไซเบอร์ ]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/547779</link>
<guid isPermaLink="false">1672e2f095b2e76fafedb8ed0513bdc3</guid>
<pubDate>Sun, 04 Oct 2026 13:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นับถอยหลังสู่ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 11&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) การรวมตัวของผู้นำเศรษฐกิจกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศท่ามกลางภัยทุจริตทางการเงินออนไลน์ที่ลุกลามทั่วโลก ประเทศไทยเตรียมใช้เวที 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings เป็นสะพานนำประสบการณ์จริงของไทยและเอเชีย ยกระดับสู่มาตรฐานสากล โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผลักดันแนวคิด &ldquo;Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing&rdquo; เพื่อสร้าง &ldquo;ภูมิคุ้มกันใหม่&rdquo; ให้ระบบการเงินดิจิทัล ปลอดภัย มั่นคง และเข้าถึงได้จริงสำหรับทุกคน<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายระดับโลกที่เรียกว่า &ldquo;Bangkok Blueprint&rdquo; เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสากลให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกนำไปปรับใช้ ผ่าน 3 เสาหลัก (3 Pillars) ได้แก่<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัล (Digital) ให้แข็งแกร่ง รองรับการใช้งานยุคใหม่<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;2. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี (Cybersecurity) โดยวางกลไกป้องกันและตัดวงจรภัยทุจริตดิจิทัลเชิงรุก เพื่อปกป้องผู้บริโภคและรักษาความเชื่อมั่นในระบบการเงิน<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;3. การเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้เครื่องมือทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมกัน (Inclusive)<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังร่วมขับเคลื่อนคู่ขนานผ่าน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์ชาติ บนเวทีนี้ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI การชูบทบาทไทยเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจ (Trusted Hubs) ในโลกที่มีความแตกแยก การปฏิรูปสถาปัตยกรรมการเงินเพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน (Longevity Economy) เพื่อร่วมสร้างอนาคตเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกับประชาคมโลก<br />
คนไทยและผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากเวทีการเงินโลก 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ลงสู่ภาคธุรกิจและท้องถิ่นชุมชน เช่น&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ภาคการท่องเที่ยวและบริการ โรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วกรุงเทพมหานคร มียอดจองห้องพักล่วงหน้ารวมกว่า 60,000 ห้อง โดยสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เข้ามาช่วยบริหารจัดการด้าน Hospitality และ MGC-ASIA เตรียมให้บริการยานพาหนะรับรอง สะท้อนการกระจายรายได้สู่ธุรกิจขนส่งและบริการรายย่อย&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เศรษฐกิจชุมชนและเกษตรกร มีการคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมือง 37 ลายอัตลักษณ์ จาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน เข้ามาตกแต่งสถานที่จัดงาน พร้อมนำสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่าง ข้าวหอมมะลิไทยแท้ เสิร์ฟแก่ผู้แทนระดับโลก โดย TCEB จะทำหน้าที่ต่อยอดผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) หลังจบงาน&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การจ้างงานในประเทศ เกิดการจ้างงานระยะสั้นมหาศาล ทั้งทีมโลจิสติกส์ ล่าม พนักงานรักษาความปลอดภัย ทีมจัดเลี้ยง และรถรับส่งรายย่อย ผ่านแคมเปญ &ldquo;Road to Thailand&rdquo; ที่ดึง SME และเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การเป็นเจ้าภาพ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings คือ &ldquo;ยุทธศาสตร์การสร้าง Trust Capital&rdquo; ของประเทศไทย การผนึกกำลังระหว่าง กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างการทำงานที่พร้อมนำเม็ดเงินและการยอมรับจากเวทีการเงินโลก มาแปลงเป็นโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจที่กระจายตัวลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/2026100450fa0b55f2952430f4f4d2d6d3b15a7c132544.jpg' type='image/jpg' length='1782707' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดแพร่ ประกาศแจ้งเตือน! เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ระหว่างวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 ]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/547688</link>
<guid isPermaLink="false">b5e21fa8691ece8da515a448773e8999</guid>
<pubDate>Sat, 03 Oct 2026 14:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาจมีน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ลุ่มต่ำ ดินโคลนถล่มในพื้นที่ลาดชันและพื้นที่เสี่ยง ลมกระโชกแรง อาจทำให้ต้นไม้หักโค่นและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย และฟ้าผ่าซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นให้พร้อมหากต้องอพยพ และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดแพร่ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง เตรียมพร้อม และช่วยกันดูแลความปลอดภัยของประชาชน หากต้องการความช่วยเหลือแจ้งสายด่วน ปภ. 1784 หรือ สำนักงาน ปภ.จังหวัดแพร่ โทร. 054-533-680<br />
.<br />
.<br />
ผู้สื่อข่าว : ธนชัย สุวรรณกาศ &nbsp;สวท.แพร่<br />
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง &nbsp;ผอ.สวท.แพร่<br />
แหล่งที่มา : จังหวัดแพร่</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/20261003b44c097b0862b33fa5665df442be4df7143943.jpg' type='image/jpg' length='293471' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สาธารณสุขจังหวัดแพร่เฝ้าระวังโรคไข้หมูดิบอย่างต่อเนื่อง เผยยังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รณรงค์งดกินงดสัมผัสหมูดิบ ลดเสี่ยงโรค]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/547687</link>
<guid isPermaLink="false">3f67ea75f98abad32148af4d6ccc884d</guid>
<pubDate>Sat, 03 Oct 2026 14:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์นพรัตน์ วัชรขจรกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อ สเตรปโตคอคคัส ซูอิส (Streptococcus suis) หรือ &quot;โรคไข้หมูดิบ&quot; ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ยังเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคไข้หมูดิบในพื้นที่จังหวัดแพร่อย่างต่อเนื่อง โดยเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังคงพบผู้ป่วยเพิ่ม 5 ราย ขณะที่ยอดผู้ป่วยรวมสะสมตั้งแต่ต้นปีจำนวน 64 ราย ผู้เสียชีวิต 7 ราย มีอัตราการป่วยตาย ร้อยละ 10.94 และในจำนวนผู้ป่วยสะสมมีผู้สูงอายุป่วยมากที่สุดถึง 36 ราย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่จึงประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค งดรับประทานหมูดิบ โดยเฉพาะลาบดิบ หลู้ เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน รวมถึงแยกอุปกรณ์ประกอบอาหารระหว่างเนื้อหมูดิบกับอาหารสุก เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการชำแหละหรือจำหน่ายเนื้อหมู สวมอุปกรณ์ป้องกันและหลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูดิบหากมีบาดแผล ส่วนประชาชนที่ประกอบอาหารต้องแยกมีดและเขียงสำหรับหมูดิบ ห้ามนำมีดหรือเขียงที่ใช้ ลาบ ซอย หรือหั่นหมูดิบ ไปใช้กับผักหรืออาหารอื่นที่รับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน ควรใช้มีดและเขียงคนละชุดกัน หรือล้างทำความสะอาดมีดและเขียงให้สะอาดก่อนนำไปใช้กับอาหารอื่น หากผู้ที่มีประวัติรับประทานเนื้อหมูดิบหรือสัมผัสเนื้อหมูดิบ แล้วมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็ว พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสหรือการรับประทานเนื้อหมูดิบแก่แพทย์ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที<br />
.<br />
.<br />
ผู้สื่อข่าว : ธนชัย สุวรรณกาศ &nbsp;สวท.แพร่<br />
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง &nbsp;ผอ.สวท.แพร่<br />
แหล่งที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/20261003e1667341319756947ff45196d813c517143721.jpg' type='image/jpg' length='287065' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เขื่อนภูมิพล สะพานเกาะลันตา เชื่อมไทยสู่ความเจริญ เมกะโปรเจกต์จากความช่วยเหลือของ ธนาคารโลก]]></title>
<link>https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/547673</link>
<guid isPermaLink="false">2aeb024f0653018346f0a626d69bf77e</guid>
<pubDate>Sat, 03 Oct 2026 12:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เมกะโปรเจกต์ระดับประวัติศาสตร์ของไทยเมื่อเกือบ 70 ปีก่อนอย่าง &ldquo;เขื่อนภูมิพล&rdquo; เขื่อนคอนกรีตโค้งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับงบประมาณก่อสร้างกว่าครึ่งหนึ่งมาจากเงินกู้ของ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) นี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ ที่ร่วมกันวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศไทยก้าวไกลมาจนถึงทุกวันนี้<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<strong>จุดเริ่มต้นสร้างชาติ จากท่าเรือคลองเตย สู่แสงสว่างทั่วไทย</strong> ไทยเข้าเป็นสมาชิกธนาคารโลกในปี 2492 (ค.ศ. 1949) และได้รับเงินกู้ก้อนแรกเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ทั้งการขุดลอกสันดอนแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเปิดท่าเรือคลองเตยเชื่อมโยงการค้าสู่สากล และการฟื้นฟูระบบรถไฟ ต่อมาในปี 2500 ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้สำหรับ &ldquo;โครงการยันฮี&rdquo; (ชื่อเดิมของเขื่อนภูมิพล) สร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าและระบบชลประทานขนาดใหญ่ที่ป้องกันอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมสนับสนุน &ldquo;โครงการไฟฟ้าชนบท&rdquo; ขยายสายส่งพลังงานสู่หมู่บ้านห่างไกลทั่วประเทศ<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<strong>พลิกบทบาท จาก &ldquo;ผู้รับเงินกู้&rdquo; สู่ &ldquo;พันธมิตรทางยุทธศาสตร์&rdquo;</strong> เมื่อเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น ไทยไม่ได้พึ่งพาเงินกู้เพื่อโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมอีกต่อไป แต่ยกระดับสู่การเป็น พันธมิตร (Strategic Partner) ที่ทำงานร่วมกับธนาคารโลกในการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ วิจัย และวางนโยบายรับมือความท้าทายยุคใหม่ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับการศึกษา การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการเงินสีเขียว (Green Finance)<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<strong>12 - 18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเปิดบ้านต้อนรับธนาคารโลกอีกครั้ง </strong>จากประเทศผู้กู้เงินเพื่อสร้างเขื่อนในวันนั้น สู่วันนี้ที่ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และพร้อมแล้วที่จะเปิดบ้านต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) เพื่อร่วมกำหนด &ldquo;ขอบฟ้าใหม่&rdquo; (Thailand&rsquo;s New Horizons) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่มั่นคงและยั่งยืน<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<strong>ย้อนรอย World Bank กับภารกิจปั้น &ldquo;สะพานเกาะลันตา&rdquo; เชื่อมไทยสู่ความเจริญ</strong> พร้อมเปิดใช้งานปี 2572 ประมาณ 60-70 ปี ที่ผ่านมา การเดินทางข้ามจังหวัดในไทยอาจไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ เบื้องหลังถนนลาดยางสายแรก ๆ หรือโครงข่ายทางหลวงที่ทำให้ประชาชนสามารถขับรถไปถึงที่หมายได้ทั่วประเทศในยุคบุกเบิก มีชื่อของ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เป็นผู้คอยซัพพอร์ตทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ จากการตัดถนนบุกเบิกเชื่อมโยงสู่เมืองใหญ่ในวันนั้น วันนี้ World Bank Group จับมือกับไทยอีกครั้งในเมกะโปรเจกต์อย่าง &ldquo;โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา&rdquo; ที่พร้อมจะเปลี่ยนวิถีชีวิตคนใต้ <strong>เพื่อปลดล็อคการรอแพขนานยนต์</strong> การเดินทางไปเกาะลันตาช่วงไฮซีซันจะใช้เวลารอคิวข้ามแพขนานยนต์นาน ยิ่งถ้าเป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ ทุกนาทีคือชีวิต สะพานนี้จึงไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็น &ldquo;เส้นเลือดใหญ่&rdquo; ที่ร่นเวลาข้ามฟากจากหลักชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที <strong>รัฐบาลไทยจับมือ World Bank Group</strong> จัดแพ็กเกจเงินกู้ร่วมระดับหลายพันล้านบาท ด้วยมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล ไม่ใช่แค่สร้างให้เสร็จ แต่ต้องทนทาน คุ้มค่า และโปร่งใสทุกขั้นตอน <strong>จุดเด่นของสะพานนี้คือความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม</strong> โดยผ่านการประเมินกรอบสิ่งแวดล้อมและสังคมระดับสากล (Environmental and Social Framework - ESF) ลดผลกระทบต่อป่าชายเลนและแนวปะการัง พร้อมดีไซน์ทัศนียภาพให้กลายเป็นแลนด์มาร์กเช็กอินแห่งใหม่ที่สายคอนเทนต์ต้องหลงรัก <strong>เงินสะพัดตั้งแต่ชาวเลถึงนายทุนและผู้ประกอบการ</strong> การคมนาคมที่ไร้รอยต่อคาดว่าจะช่วยกระจายเม็ดเงินท่องเที่ยวสู่ชุมชนโดยตรง ขณะที่ชาวประมงและเกษตรกรท้องถิ่นสามารถขนส่งของสดเข้าสู่ฝั่งได้รวดเร็วทันใจ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ มีพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานประมาณปี พ.ศ. 2572<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ความร่วมมือกว่า 70 ปีที่เริ่มต้นจากถนนลาดยางสายแรก มาจนถึงการเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดสะพานเชื่อมเกาะลันตาในวันนี้ กำลังจะเดินทางมาถึงหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อประเทศไทยเตรียมเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ในวันที่ 12 &ndash; 18 ตุลาคม 2569 ซึ่งนับเป็นการหวนคืนสู่การเป็นเจ้าภาพของไทยอีกครั้งในรอบ 35 ปี ตอกย้ำมิตรภาพอันยาวนาน และเป็นจังหวะก้าวสำคัญที่ไทยจะได้ร่วมขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับประชาคมโลก</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophrae.prd.go.th/th/file/get/file/2026100349a31feacdedd6c9583f6a2d33ce286a124025.jpg' type='image/jpg' length='1899008' />
</item>
</channel>
</rss>
