ฟังวิทยุออนไลน์ สวท.แพร่/ FM 91.00 Mhz

 

 
 
“พาณิชย์” ลดค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ลดราคาสินค้า ผ่านร้านค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น 1 - 15 ส.ค. นี้

            นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและส่งเสริมร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นให้เข้มแข็ง โดยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย (Supplier) และร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลค่าครองชีพประชาชน ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการค้าปลีก และผู้บริโภคในทุกระดับ โดยเฉพาะการขยายโอกาสให้ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง 
            กระทรวงพาณิชย์และสมาคมการค้าส่งปลีกไทย จึงได้จัดงานมหกรรมลดราคาสินค้าภายใต้ชื่อ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ลดราคาสินค้าพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2569 ณ ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 130 ร้าน 800 สาขา โดยการนำสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร น้ำปลา ซอสปรุงรส และสินค้าอุปโภคต่าง ๆ มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดราคาสูงสุดกว่า 60% เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุนทางธุรกิจให้แก่ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นและร้านค้าโชห่วย และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตสินค้าชุมชน ในพื้นที่สามารถนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นและร้านค้าโชห่วยในพื้นที่ด้วย ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการเลือกซื้อสินค้าได้อย่างทั่วถึงผ่านนโยบาย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” โดยจะมีการเปิดงานมหกรรมลดราคาสินค้าของร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” อย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ ร้านตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ สาขานาดี จังหวัดอุดรธานี เวลา 14.00 – 15.30 น. ภายในงานมีบูธสินค้าราคาพิเศษ จากร้านตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ พร้อมกิจกรรม ลด แลก แจก แถม บูธสินค้าราคาพิเศษ จาก Supplier และบูธสินค้าชุมชน เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข จะได้รับคูปองส่วนลด 100 บาท 
            สำหรับสินค้าที่ร่วมโครงการครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันรวม 17 หมวดสินค้า แบ่งเป็น สินค้าบริโภค 8 หมวด ได้แก่ ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช ซีอิ๊วและเครื่องปรุง น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และกาแฟ และสินค้าอุปโภค 9 หมวด ได้แก่ แชมพูและครีมนวดผม สบู่และครีมอาบน้ำ ยาสีฟันและแปรงสีฟัน ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน กระดาษทิชชู่ ผ้าอนามัยและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยมีสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่ประชาชนคุ้นเคย อาทิ ข้าวตราฉัตร มาม่า ปลากระป๋องสามแม่ครัว เนสกาแฟ ซันซิล คอลเกต โอโม่ ดาวน์นี่ ไลปอนเอฟ และโซฟี เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก 
            ช่องทางจำหน่าย ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ที่ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น (Local Low Cost) ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยมีร้านค้าท้องถิ่นที่ประชาชนคุ้นเคย อาทิ แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จังหวัดลำพูน ธนพิริยะ จังหวัดเชียงราย ตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จังหวัดอุดรธานี เกียรติสินโฮลเซล จังหวัดขอนแก่น ไชยแสงดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จังหวัดสิงห์บุรี บิ๊กเต้ จังหวัดปทุมธานี ซุปเปอร์ชีป จังหวัดภูเก็ต และเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ จังหวัดสงขลา รวมถึงร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 130 ราย กว่า 800 สาขา ทั่วประเทศ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดของตนเองได้จากประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสังเกตสัญลักษณ์ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ณ จุดจำหน่าย
            การจัดงาน “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” วันที่  1–15 สิงหาคม 2569 จะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นให้สามารถจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษแก่ประชาชน จึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีคุณภาพในราคาประหยัด ณ ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้าน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีโอกาสเพิ่มยอดจำหน่าย ขยายฐานลูกค้า และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยคาดว่ากิจกรรมนี้จะช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างโอกาสทางการ ตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ชื่อ widget
 
 

ตัวอย่างใส่อะไรก็ได้ลงไป text , รูป ,วีดิโอ