ฟังวิทยุออนไลน์ สวท.แพร่/ FM 91.00 Mhz

 

 
 
“พาณิชย์” ขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ถึง ธ.ค. 70 เดินหน้าดูแลราคาสินค้า ลดค่าครองชีพ ส่งเสริมข้าวประณีต เพิ่มรายได้เกษตรกร

            (22 ต.ค. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ถึงเดือนธันวาคม 2570 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน รวมถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ สามารถเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจรายใหม่ผ่านระบบแฟรนไชส์ ภายใต้โครงการ รัฐบาลสนับสนุนเงินลงทุน 50% ของมูลค่าแพกเกจแฟรนไชส์ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย ปัจจุบันมีแฟรนไชส์เข้าร่วมโครงการแล้ว 109 ราย เพื่อให้ประชาชนเลือกธุรกิจให้เหมาะสมกับความต้องการและศักยภาพของตนเอง และมีผู้สมัครแพกเกจแฟรนไชส์แล้ว 493 ราย โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เกิดการสร้างอาชีพ 10,000 ราย
            นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมมือเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในห้างแม็คโคร โลตัส ตลาดสด และสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวมกว่า 20,000 ทำเลทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่มีพื้นที่เริ่มต้นและขยายธุรกิจ สำหรับผู้ที่มีเงินลงทุนไม่เพียงพอ มีความร่วมมือกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมการค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยลดข้อจำกัดในการเริ่มต้นธุรกิจ โครงการดังกล่าวมุ่งนำศักยภาพของธุรกิจแฟรนไชส์มาเป็นเครื่องมือสร้างงานและรายได้ โดยเชื่อมโยงเจ้าของแฟรนไชส์กับผู้ประกอบการรายใหม่ ส่งเสริมการขยายสาขา การจ้างงาน และการหมุนเวียนของรายได้ในพื้นที่ โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ไม่น้อยกว่า 1,100 ล้านบาท
            พร้อมกันนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีข้อสั่งการให้นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกาะติดสถานการณ์ค่าครองชีพโลกและเงินเฟ้อไทยอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่อยู่ในระดับสูง โดยเน้นการติดตามสถานการณ์ล่วงหน้า เฝ้าระวังความเสี่ยง และดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและกระทบกำลังซื้อประชาชนในวงกว้าง
            กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า แม้สถานการณ์ของไทยมีบริบทแตกต่างจากหลายประเทศในยุโรป และแรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการยังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง แต่ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากราคาพลังงานและค่าขนส่งอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพประชาชนกับการทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยวางแนวทางรับมือค่าครองชีพทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่
            มาตรการที่ 1 กำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก ติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อขอความร่วมมือชะลอการปรับราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม ควบคู่กับการติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและการฉวยโอกาสขึ้นราคา
            มาตรการที่ 2 เพิ่มช่องทางสินค้าราคาประหยัด ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนประมาณ 200 ล้านบาท
            มาตรการที่ 3 ผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุดร้อยละ 78 ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว ทั้งนี้ หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มมาตรการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท ประสานผู้ประกอบการบริหารต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมายและขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชนในระยะยาว
            นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังได้เปิดงาน เทศกาลข้าวประณีต (KHAOPRANEAT Fair 2026) เพื่อยกระดับข้าวไทยจากสินค้าเกษตรสู่คุณค่าที่ตลาดโลกยอมรับ เนื่องจากภาคการเกษตรกำลังเผชิญทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการแข่งขันด้านราคากับประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีต้นทุนต่ำกว่า จึงมีนโยบายยกระดับข้าวไทยจากการแข่งขันในรูปแบบสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ไปสู่ “ข้าวประณีต” (Premium Rice) ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยแนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การลดความชื้น การสีข้าว บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับรสชาติ สุขภาพ ความปลอดภัย และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้” ครอบคลุมกลไก 4 ด้าน ได้แก่ การผลิตและแปรรูป การบรรจุภัณฑ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐาน และการเชื่อมโยงตลาด
            พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” จากความร่วมมือของ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลคาดการณ์ปริมาณผลผลิตล่วงหน้า และสนับสนุนการบริหารจัดการผลผลิตไม่ให้ล้นตลาด
            ในด้านการตลาดต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จะใช้เครือข่าย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่งทั่วโลก สำรวจความต้องการของตลาดแต่ละประเทศและนำข้อมูลกลับมาเชื่อมโยงกับการผลิตของเกษตรกร พร้อมนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก เช่น Gulfood Dubai 2027 ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้แนวคิด Think Rice, Think Thailand งานที่นครกว่างโจว และงาน SIAL Paris กรุงปารีส
            สำหรับตลาดในประเทศ กำหนดจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) รวม 3 ครั้ง เริ่มจาก วันแบงค็อก ต่อด้วยตลาดจริงใจ จังหวัดเชียงใหม่ และต่อยอดสู่การจัดงาน Thailand Rice Fest 2027 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงเดือนธันวาคม 2570 เพื่อขับเคลื่อนข้าวไทยให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน เชิญชวนประชาชนค้นพบเสน่ห์ข้าวไทยหลากสายพันธุ์ ทั้งข้าวพันธุ์หายาก ข้าวพื้นเมือง และข้าวเพื่อสุขภาพ จาก 30 กลุ่มเกษตรกรทั่วไทย พร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัสกลิ่น รสชาติ และเอกลักษณ์ของข้าวไทย ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ Rice Tasting, Rice Pairing และ Workshop ระหว่างวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น G โซน Parade Square วันแบงค็อก (One Bangkok)


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ชื่อ widget
 
 

ตัวอย่างใส่อะไรก็ได้ลงไป text , รูป ,วีดิโอ