พญ.วิราวรรณ ศรีงามวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพร่ ห่วงใยในสุขภาพของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยย้ำว่า การสวมหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำเมื่อต้องออกจากบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
แนะนำเลือกและใช้หน้ากากอนามัย:
• โดยใช้หน้ากากชนิด N95 หรือ KF94 มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกรองฝุ่น PM 2.5
• กรณีไม่มีหน้ากาก N95: สามารถใช้ หน้ากากอนามัยธรรมดาซ้อนด้วยกระดาษทิชชู่ 2 ชั้น ไว้ด้านในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นได้เช่นกัน
• โดยสวมให้กระชับ ครอบทั้งจมูก ปาก และคาง กดส่วนที่เป็นโลหะให้แนบสนิทกับสันจมูกเพื่อไม่ให้มีช่องว่าง
• หากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นหนาแน่นควรเลือกใช้หน้ากากที่กรองฝุ่นได้จริง
เกณฑ์การปฏิบัติตนตามระดับค่าฝุ่น:
• ค่าฝุ่น 25.1 - 37.5 มคก./ลบ.ม. (คุณภาพปานกลาง): กลุ่มเสี่ยงควรเริ่มสวมหน้ากากอนามัยเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง
• ค่าฝุ่น 37.6 - 75 มคก./ลบ.ม. (เริ่มมีผลกระทบ): ประชาชนทั่วไปควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กลางแจ้ง ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรใช้หน้ากาก N95 หรือหน้ากากอนามัยซ้อนทิชชู่
• ค่าฝุ่นมากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. (มีผลกระทบมาก): ทุกคนควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งเมื่ออยู่กลางแจ้งและภายในอาคาร
ทั้งนี้ ควรเช็กค่าฝุ่น PM 2.5 อย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการทำกิจกรรมและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม ผ่านแอปพลิเคชันที่เชื่อถือได้ ได้แก่ Air4Thai, เช็คฝุ่น (GISTDA), AQICN และ IQAir
ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลแพร่
ผู้สื่อข่าว : พรชัย เอี่ยมนุ้ย ทีมข่าว สวท.แพร่
บรรณาธิการ : กัมปนาท พอจิต ผอ.สวท.แพร่
แหล่งที่มา : โรงพยาบาลแพร่